“ผมว่าประเทศไทยถ้าสามารถเก็บป่าธรรมชาติเอาไว้ได้ประมาณร้อยละ ๒๐ แล้วเราใช้อย่างถูกต้อง หมายถึง เก็บเอาไว้เพื่อให้มันอำนวยประโยชน์ในแง่ของการควบคุมสภาวะแวดล้อมอะไรต่าง ๆ เป็นแหล่งผลิตของธาตุอาหาร หรือความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง ถ้าเราใช้ป่าทั้งหมดที่เป็นแหล่งกำเนิดของความอุดมสมบูรณ์ไปแล้ว เราจะไปหาความอุดมสมบูรณ์ได้ที่ไหน”

                                                                                                    (สืบ นาคะเสถียร, สารคดี ฉบับที่ ๖๘ หน้า ๑๐๕, ตุลาคม ๒๕๓๓)

หลังเสียงปืนที่ดังก้องป่าในเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 เมื่อนักอนุรักษ์คนหนึ่งต้องตายไป เกิดแรงกระเพื่อมอะไรบ้างในสังคมไทย

24 ปีที่เราสูญเสียผู้พิทักษ์ป่าและนักวิจัยสัตว์ป่า ผู้มีหัวใจของความเป็นนักอนุรักษ์ที่แท้จริงไป เราได้การประชุมกำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกป่าห้วยขาแข้งจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ได้ “ผืนป่าตะวันตก” มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทยมาจากยูเนสโก ได้นักอนุรักษ์รุ่นใหม่ที่มั่นคงในอุดมการณ์ สืบทอดเจตนารมณ์ หรือลู่ลมไปตามกระแสสังคมบ้าง แต่สภาพป่าไม้และสิ่งแวดล้อมในเมืองไทยก็ยังไม่ดีขึ้น

หรือจริงๆ แล้วสังคมไทยมิได้เปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะทุกวันนี้เมืองไทยเรายังเหมือนเดิม !!